Untitled Document
 
Untitled Document

การปกครองคณะสงฆ์ภาคเหนือ
ฐานข้อมูลการบริหารกิจการคณะสงฆ์
การประชุมพระสังฆาธิการหนเหนือ
กำหนดวัน เปิด – ปิด บาลี
ประกาศสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง
กำหนดการประชุมสัมมนาพระอุปัชฌาย์ในเขตปกครอง ภาค ๖
การตรวจธรรมสนามหลวงชั้นตรี ภาค ๖ รอบที่ ๗ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๓๔
สถานที่ติดต่อสอบถามในวัดพระแก้ว
แผนผังการบริหารกิจการคณะสงฆ์ภาค ๖ หนเหนือ
การปกครองคณะสงฆ์ภาค ๖
 
 
จังหวัดลำปาง
จังหวัดเชียงราย
จังหวัดพะเยา
จังหวัดแพร่
จังหวัดน่าน
คณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย
คณะสงฆ์จังหวัดพะเยา
คณะสงฆ์จังหวัดแพร่
คณะสงฆ์จังหวัดน่าน
คณะสงฆ์จังหวัดลำปาง
โรงเรียนพระปริญัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จ.เชียงราย
โรงเรียนพระปริญัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จ.พะเยา
โรงเรียนพระปริญัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จ.แพร่
โรงเรียนพระปริญัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จ.น่าน
โรงเรียนพระปริญัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จ.ลำปาง
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
วัดพระแก้ว
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)
มหาวิทยาลัย มหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.)
 
 
 
การปกครองคณะสงฆ์ภาคเหนือ
โดย พระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค ๖ ยุคอาณาจักรลานนา


ยุคอาณาจักรลานนา

                นับตั้งแต่สมัยพ่อขุนเม็งรายมหาราช (พ.ศ.๑๗๘๒ – ๑๘๖๐) ซึ่งได้สร้างเมืองเชียงราย (พ.ศ.๑๘๐๕) และสร้างเมืองเชียงใหม่ (พ.ศ.๑๘๓๙) เนื่องจากพ่อขุนเม็งรายมหาราชทรงมีกษัตริย์พี่น้องร่วมสาบาน คือ พ่อขุนรามคำแหง แห่งเมืองสุโขทัย และ พ่อขุนงำเมืองแห่งเมืองพะเยา เมื่อเจ้าเมืองมีความสัมพันธ์ไมตรีกัน การปกครอง การศาสนา การค้าการขายและอื่น ๆ ก็มีความเชื่อมโยงกัน

                พระพุทธศาสนาก็เช่นเดียวกัน พระสงฆ์ชาวลังกา ได้เดินทางประกาศเผยแผ่ พระพุทธศาสนาในกรุงสุโขทัย ต่อมาก็ได้มาเผยแผ่ในดินแดนลานนา เชียงใหม่ เชียงราย เชียงแสน ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ และน่าน

               ยิ่งในยุคของพระเจ้าติโลกราช (พ.ศ.๑๙๘๕ – ๒๐๓๐) อันเป็นยุคทองของพระพุทธศาสนา สามารถจัดทำประชุมสังคายนา ครั้งที่ ๘ ของโลก ณ วัดเจ็ดยอด เชียงใหม่ มีพระมหาเถระที่มีชื่อเสียง เช่น พระสิริมังคลาจารย์ พระรัตนปัญญาญาณ พระพรหมราชปัญญา พระธรรมทิน เป็นต้น การปกครองการคณะสงฆ์ในยุคสมัยนั้น ก็ยังรักษาพระธรรมวินัย จารีตประเพณี โดยมี “พระครูบา” หรือ “สังฆราชา” ประจำเมืองต่าง ๆ คอยกำกับดูแล และยึดโยงผูกพันกันตามลำดับ การคณะสงฆ์จึงมีความเรียบร้อยตามลำดับมา

ยุครัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๒๕)

               ในตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ การคณะสงฆ์ของประเทศไทย รวมทั้งภาคเหนือของเราก็ยังเป็นไปตามพระธรรมวินัย เหมือนเดิม แต่ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พ.ศ. ๒๔๔๕ ได้ทรงตราพระราชบัญญัติลักษณะปกครองสงฆ์ ร.ศ.๑๒๑ (พ.ศ. ๒๔๔๕) มีการปกครองแบบ (มหาเถรสมาคม” ซึ่งได้แบ่งเขตการปกครองคณะสงฆ์ เป็นคณะมณฑล คณะเมือง คณะแขวง และคณะหมวด สำหรับภาคเหนือตอนบน เรียกเขตปกครองว่า “มณฑลพายัพ” มีเจ้าคณะมณฑล ๒ รูป คือ

ยุคมณฑลพายัพ

               ๑. สมเด็จพระวันรัต (จ่าย ปุณฺณทตฺโต ป.ธ.๗) วัดเบญจมบพิตร เป็นเจ้าคณะมณฑลพายัพ พ.ศ.๒๔๔๙ – ๒๔๗๑ ดำรงตำแหน่งขณะเป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ “พระธรรมไตรโลกาจารย์”
               ๒. สมเด็จพระวันรัต (ปลด กิตฺติโสภโณ ป.ธ.๙) วัดเบญจมบพิตร เป็นเจ้าคณะมณฑลพายัพ (พ.ศ.๒๔๗๑ - ๒๔๘๔) ดำรงตำแหน่งขณะเป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ “พระเทพมุนี” สมณศักดิ์ชั้นสูงสุด คือ สมเด็จพระอริยวงญาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๔

ยุค “พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๔๘๒”

               เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๔ ในสมัยรัฐบาลอันมี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีสภาผู้แทนราษฎรได้ตราพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ (ฉบับที่ ๒) โดยพระราชบัญญัติคณสงฆ์ฉบับนี้ ได้มีระบบคล้ายคลึงกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยในยุคนั้น คือ มีสังฆสภา มีคณะสังฆมนตรี มีสังฆนายก เป็นหัวหน้าผู้บริหาร มีสังฆมนตรีว่าการองค์การปกครอง สังฆมนตรีว่าการองค์การศึกษา สังฆมนตรีว่าการองค์การเผยแผ่และสังฆมนตรีว่าการองค์การสาธารณูปการ คือ เรียกง่าย ๆ ว่า “ระบอบ ๔ องค์การ” คณะสงฆ์ได้มีประกาศสังฆาณัติ กำหนดเขตจาก พ.ศ.๒๔๘๕ เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๘๕ กำหนดให้เขตปกครองภาค มี ๖ ภาค คือ ภาคกลาง ภาคบูรพา ภาคอิสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคพิเศษ “ภาคเหนือ” รวม ๑๔ จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และจังหวัดตาก และได้ประกาศแต่งตั้งให้
               ๑. พระศรีสุธรรมมุนี (อาจ อาสโภ ป.ธ.๘) วัดสุวรรณดาราราม จ.อยุธยา เป็นเจ้าคณะตรวจการภาคเหนือ สมณศักดิ์และตำแหน่งสุดท้ายคือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ ป.ธ.๘) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ
               ๒. พระวิมลญาณมุนี (สุดใจ ป.ธ.๔) วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ เป็นผู้ช่วยเจ้าคณะตรวจการภาคเหนือ
               ๓. พระญาณดิลก (พิมพ์ ป.ธ.๖) วัดพระศรีมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ช่วยเจ้าคณะตรวจการภาคเหนือ สมณศักดิ์และตำแหน่งสุดท้ายคือ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ป.ธ.๖) เจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร


เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๔๘๖

               เปลี่ยนแปลงครั้งที่ ๑ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ สังฆนายก ได้ประกาศคณะสงฆ์เรื่องปรับปรุงเขตภาค เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๔๘๖ กำหนดให้เขตปกครองภาค มี ๕ ภาค “ภาค ๔” มี ๑๒ จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ ตากและลานช้าง (จังหวัดลานช้าง ปัจจุบันเรียกว่า เขตปกครองพิเศษ “เชียงฮ่อน – หงสา” สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปปล.) มีชายแดนติดกับจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน และอุตรดิตถ์) และได้ประกาศแต่งตั้งให้
               ๑. พระศรีสุธรรมมุนี (อาจ อาสโภ ป.ธ.๘) วัดสุวรรณดาราราม จ.อยุธยา เป็นเจ้าคณะตรวจการภาค ๔
               ๒. พระวิมลญาณมุนี (สุดใจ ป.ธ.๔) วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ เป็นผู้ช่วย
               ๓. พระญาณดิลก (พิมพ์ ป.ธ.๖) วัดพระศรีมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ช่วย

               เปลี่ยนแปลงครั้งที่ ๒ พระศาสนโศภณ ผู้สั่งการแทนสังฆนายก ได้ประกาศคณะสงฆ์ เรื่อง เปลี่ยนแปลงเขตภาค เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๔๙๒ กำหนดให้เขตปกครองภาคมี ๕ ภาค “ภาค ๔” มี ๑๖ จังหวัด คือ พิษณุโลก เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก ลำพูน ลำปาง น่าน อุตรดิตถ์ แพร่ นครสวรรค์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร อุทัยธานีและได้แต่งตั้งให้
               ๑. พระปริยัติวงศาจารย์ (ฟู อตฺตสิโว ป.ธ.๖) วัดพระบาทมิ่งเมือง จ.แพร่ เป็นเจ้าคณะตรวจการภาค ๔
               ๒. พระเทพสิทธินายก (ห้อง ป.ธ.๖) วัดนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เป็นผู้ช่วย
               ๓. พระศรีวิสุทธิโมลี (ฉลาด ป.ธ.๙) วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ช่วย
               ๔. พระอมรเมธี (อมร อมรปญฺโญ) วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน เป็นผู้ช่วย

               เปลี่ยนแปลงครั้ง ๓ สมเด็จพระวันรัต สังฆนายก ได้ประกาศคณะสงฆ์เรื่องการเปลี่ยนแปลงเขตภาค เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๔๙๔ กำหนดให้เขตปกครองภาคมี ๙ ภาค “ภาค ๕” มี ๘ จังหวัด คือ ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ น่าน ลำพูน แพร่ และอุตรดิตถ์ และได้แต่งตั้งให้ พระเทพมุนี (ฟู อตฺตสิโว ป.ธ.๖) เป็นเจ้าคณะตรวจการภาค ๕ เช่นเดิม แต่ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๘ ได้โอนย้ายจังหวัดอุตรดิตถ์ จากภาค ๕ ไปขึ้นภาค ๖ เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๔๙๘ ต่อมามีการแต่งตั้ง เจ้าคณะตรวจการผู้ช่วยภาค ๕ จำนวน ๒ รูป คือ

               ๑. พระอมรเมธี (อมร อมรปญฺโญ ป.ธ.๗) วัดพระธาตุหริภุญชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน (สมณศักดิ์และตำแหน่งครั้งสุดท้าย คือ พระสุเมธมังคลาจารย์ เจ้าคณะภาค ๗) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓
               ๒. พระกิตติวงศ์เวที (สุวรรณ สุวณฺณโชโต ป.ธ.๗) วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร (สมณศักดิ์และตำแหน่งครั้งสุดท้าย คือ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕

ยุค พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕

               เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ ในสมัยรัฐบาลอันที่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ออกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ (ฉบับที่ ๓) มีการปกครองแบบ “มหาเถรสมาคม” เหมือน พ.ร.บ. ลักษณะปกครองสงฆ์ ร.ศ.๑๒๑ (พ.ศ.๒๔๔๕)
               ๑. กำหนดให้มี เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ

               คณะสงฆ์ได้ออกกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๔ (๒๕๐๖) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๐๖ กำหนดให้มีตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ ต่าง ๆ เช่น เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เจ้าคณะใหญ่หนใต้ และเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุตสำหรับ “หนเหนือ” ปฏิบัติหน้าที่ในเขตปกครองคณะสงฆ์ ภาค ๔ ภาค ๕ ภาค ๖ และ ภาค ๗ และได้แต่งตั้ง “เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ” ตามลำดับดังนี้
               ๑. สมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณฺณโก ป.ธ.๙) วัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ พ.ศ. ๒๕๐๙ - ๒๕๑๖
               ๒. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม จนฺทสิริ ป.ธ.๖) วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ พ.ศ.๒๕๑๖ – ๒๕๒๖
               ๓. สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวณฺณโชโต ป.ธ.๗) วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ พ.ศ. ๒๕๒๖ - ๒๕๓๗)
               ๔. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ.๙) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ พ.ศ. ๒๕๓๗ - ปัจจุบันและได้ออกกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ ๑๔ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ว่าด้วยจำนวนและเขตปกครองคณะสงฆ์ ส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๕ กำหนดให้เขตปกครองภาค จำนวน ๑๘ ภาค

                              ภาค ๖ มี ๕ จังหวัด คือ ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน
                              ภาค ๗ มี ๓ จังหวัด คือ เชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน

               และได้แต่งตั้งให้พระสงฆ์ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค ๖ ตามลำดับ ดังนี้
               ๑. พระธรรมกิตติโสภณ (สุวรรณ สุวณฺณโชโต) วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะภาค ๖ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ – ๒๕๒๖ (สมณศักดิ์และตำแหน่งสุดท้ายคือ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ)
               ๒. พระธรรมวโรดม (บุญมา คุณสมฺปนฺโน ป.ธ.๙) วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะภาค ๖ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๖ – ๒๕๕๐)
               ๓. พระธรรมราชานุวัตร (สุทัศน์ สุทสฺสโน ป.ธ.๖) วัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค ๖ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ปัจจุบัน

ตำแหน่ง รองเจ้าคณะภาค ๖

               ๑. พระเทพวิมลโมลี (บุญมา คุณสมฺปนฺโน ป.ธ.๙) วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร ได้รับแต่งตั้ง พ.ศ. ๒๕๑๘ ต่อมาได้ดำรงสมณศักดิ์เป็น พระธรรมวิมลโมลี และพระธรรมวโรดม เจ้าคณะภาค ๖
               ๒. พระราชรัตนมุนี (สุจี กตสาธร ป.ธ.๓) วัดพระบาทมิ่งเมือง จังหวัดแพร่ ได้รับแต่งตั้ง พ.ศ. ๒๕๒๒ ต่อมาได้ดำรงสมณศักดิ์เป็น พระเทพวิริยาภรณ์ พระธรรมรัตนากร พระมหาโพธิวงศาจารย์ ตามลำดับ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๖
               ๓. พระราชวิสุทธิโสภณ (พวง ธมฺมปญฺโญ ป.ธ.๕) วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา ได้รับแต่งตั้ง พ.ศ. ๒๕๒๖ ต่อมาได้ดำรงสมณศักดิ์เป็น พระเทพวิสุทธิเวที พระธรรมวิมลโมลี พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ตามลำดับ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๖
               ๔. พระเทพรัตนมุนี (สุทัศน์ สุทสฺสโน ป.ธ.๖) วัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย ได้รับแต่ตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ ปัจจุบัน คือ พระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค ๖ ได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๐
               ๕. พระเมธีปริยัตยาภรณ์ (บุญชุม อคฺคธมฺโม ป.ธ.๙) วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร ได้รับแต่งตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ ต่อมาได้ถึงมรณภาพ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๗
               ๖. พระราชปัญญาภรณ์ (สิงห์คำ ชยวํโส ป.ธ.๙) วัดนางชี เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ได้รับแต่งตั้ง เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๐
               ๗. พระราชวรมุนี (พล อาภากโร ป.ธ.๙) วัดสังเวชวิศยาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร) ได้รับแต่งตั้ง เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ปัจจุบัน คณะผู้บริหารงานคณะสงฆ์ภาค ๖

               ๑. พระธรรมราชานุวัตร (สุทัศน์ สุทสฺสโน ป.ธ.๖) วัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย เป็นเจ้าคณะภาค ๖
               ๒. พระราชปัญญาภรณ์ (สิงห์คำ ชยวํโส ป.ธ.๙) วัดนางชี เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เป็นรองเจ้าคณะภาค ๖
               ๓. พระราชวรมุนี (พล อาภากโร ป.ธ.๙ , Ph.D.) วัดสังเวชวิศยาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นรองเจ้าคณะภาค ๖
               ๔. พระครูศรีรัตนากร (ทองสุข ปญฺญาสุโข ป.ธ.๖, Ph.D.) วัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย เป็นเลขานุการเจ้าคณะภาค ๖
               ๕. พระวิสุทธิธีรพงศ์ (วิเชียร อภิญฺโญ ป.ธ.๗) วัดนางชี เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เป็นเลขานุการรองเจ้าคณะภาค ๖
               ๖. พระมหาสมมาศ ปญฺญาวชิโร ป.ธ.๔ วัดสังเวชวิศยาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นเลขานุการรองเจ้าคณะภาค ๖



 
 
Untitled Document
 


Copyright © 2011 All rights reserved. Design by ChiangraiWebDesign.com